เทคนิคลูกเล็กขึ้นเครื่องบิน เรื่องที่ควรรู้ก่อนพาลูกเดินทาง (Flying with an Infant)

เมื่อโควิดเริ่มซา ทุกๆ ครอบครัว ก็เริ่มมีการเดินทางกันมากขึ้นนะคะ การเดินทางทางเครื่องบินเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุด และเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่แน่นอนการเดินทางปกติ กับการเดินทางกับลูกน้อย ย่อมแตกต่างกัน เนื่องจากลูกจะมีปัจจัยอื่นๆ มาเกี่ยวข้อง เช่น กา รนอน การกิน การเปลี่ยนผ้าอ้อม แต่การเดินทางจะง่ายขึ้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้เทคนิค ที่หมอหน่อยจะมาแนะนำในวันนี้นะคะ



1. รอลูกมีอายุประมาณ 3 เดือนก่อน


กรณีเด็กมีสุขภาพแข็งแรง ทางสายการบินอาจอนุญาตให้เดินทางเครื่องบินได้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 14 วัน อย่างไรก็ตาม ในเด็กแรกเกิด ภูมิคุ้มกันจะยังไม่แข็งแรง ในขณะที่เครื่องเป็นสถานที่ ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย ดังนั้น แนะนำให้รออายุอย่างน้อย 3 เดือน หรือ 6 เดือน เนื่องจากลูกจะได้รับวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคได้หลายชนิด และภูมิคุ้มกันจะมามากกว่าตอนเป็นเด็กเล็กค่ะ ที่สำคัญ พอลูกเริ่มโต ก็จะนอนยาวขึ้น ร้องไห้น้อยลง ทำให้การเดินทางราบรื่นมากขึ้น


2. เลือกเวลาของเที่ยวบินให้เป็นช่วงเวลานอนของลูก


หากสามารเลือกเที่ยวบินได้ แนะนำให้เลือกช่วงที่เวลาบินเป็นช่วงเวลา Nap หรือช่วงเวลานอนของลูก เช่นช่วงสาย หรือช่วงเย็น ซึ่งหากเป็นช่วงเวลานั้น ลูกจะเหนื่อยและง่วง ทำให้สามารถนอนหลับในช่วงที่เดินทางได้ ถ้าโชคดีอาจนอนยาวตลอดการเดินทางได้เลยค่ะ


3. ตรวจสอบข้อกำหนดต่างๆ ของแต่ละสายการบิน


แต่ละสายการบินมีข้อกำหนดแตกต่างกันนะคะ เช่นเอกสารในการ Check in หรือจำนวนกระเป๋าของลูกที่สามารถโหลดได้ รวมถึงรถเข็น หรือ คาร์ซีท ที่อนุญาตให้โหลดที่เค้าเตอร์ Check in บางสายการบินอนุญาตให้โหลดรถเข็นที่หน้าประตูเครื่องบินได้ฟรี บางสายการบินต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ ควรตรวจสอบข้อกำหนดต่างๆ เหล่านี้ก่อนเดินทางค่ะ


4. เลือกซื้อตั๋วให้เหมาะกับลูก


สำหรับเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 2 ขวบจะสามารถชำระค่าตั๋วในราคาที่ถูกกว่าผู้ใหญ่ โดยถ้าเป็นการนั่งตัก จะชำระประมาณ 10% ของราคาตั๋วผู้ใหญ่ ถ้าลูกตัวเล็กสามารถที่จะเลือกแบบนั่งตักผู้ปกครองได้ (Lap seat) แต่หากลูกน้ำหนักเริ่มเยอะ เช่น 11-12 กิโลกรัมขึ้นไป หากเลือกการซื้อตั๋วที่นั่งให้ลูกแยกต่างหาก เนื่องจากพบว่า ถ้าลูกเริ่มโตคุณแม่อาจปกป้องลูกได้น้อยลง หากเกิดภาวะตกหลุมอากาศ ดังนั้นควรแยกที่นั่งต่างหาก เพื่อให้สามารถรัดตรึงลูกน้อยได้ดีกว่าค่ะ


5. เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เรียนร้อยก่อนเดินทาง


แม้ห้องน้ำในเครื่องบินจะสามารถเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด จึงแนะนำให้เปลี่ยนผ้าอ้อมก่อนเดินทางเนื่องจากจะมีพื้นที่ที่กว้างกว่า หากเป็นเที่ยวบินสั้น อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระหว่างทางเลยก็ได้


6. ถ้าลูกไม่สบายแนะนำให้ปรึกษาหมอเด็กก่อนเสมอ


เนื่องจากการเดินทางบนเครื่องบิน มีความแตกต่างของความกดอากาศ อาจให้ลูกมีอาการปวดหู หรือ แน่นจมูกมากขึ้น หากไม่สบายหรือเป็นหวัด ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษาหมอเด็กก่อนเสมอ เนื่องจากหมออาจให้เป็นยาแก้ปวด ยาลดจมูกบวม มาให้ทานก่อนเดินทางก็ได้ค่ะ


7. ให้ลูกดูดนมหรือดูดน้ำตอนเครื่องขึ้นและลง


ช่วงเวลา Take off และ Landing เป็นช่วงที่ความดันอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้ความดันในหูชั้นในเปลี่ยนแปลง ลูกอาจมีอาการปวดหูเวลาเครื่องขึ้นหรือลงได้ การดูดจะช่วยปรับความดันที่หูชั้นในและลดอาการปวดได้ดี แนะนำให้ลูกดูดนม อาจเข้าเต้าหรือดูดจากขวด ช่วงเครื่องขึ้นและลงจะช่วยลดอาการเจ็บหูของลูกได้ค่ะ


8. เตรียมของเล่นสำหรับลูกน้อย


แม้ว่าเราจะอยากให้ลูกนอนยาวตลอดการเดินทาง แต่ในทางปฏิบัติเราก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ หลายครั้งที่ลูกตื่นระหว่างการเดินทาง แนะนำให้เตรียมของเล่นไว้สร้างความเพลิดเพลินให้ลูกน้อย แนะนำแบบที่ไม่ส่งเสียงรบกวนคนรอบข้างด้วยนะคะ


9. เตรียมอาหารว่างสำหรับลูก


ระหว่างการเดินทาง ลูกอาจกระหายน้ำหรือหิว แนะนำให้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มที่ลูกสามารถทานได้ติดตัวไว้ระหว่างการเดินทางบนเครื่องบิน และควรเตรียมไว้เผื่อฉุกเฉินระหว่างการรอขึ้นเครื่อง เนื่องจาก อาจเกิดเหตุไม่คาดคิดเช่น เครื่อง delay หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่ทำให้ตารางเวลาในการเดินทางล่าช้ากว่าปกติ


10. เตรียมของไปเผื่อให้มากกว่าปกติ


เตรียมผ้าอ้อมไปให้มากกว่าปกติ เตรียมชุดไว้เผื่อให้เรียบร้อย เช่น ปกติลูกต้องเปลี่ยนผ้าอ้อม 2 ชิ้นในช่วงเวลาการเดินทาง ให้เตรียมไป 4-6 ชิ้น เผื่อมีเหตุไม่คาดคิดทำให้การเดินทางล่าช้า หรืออาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่นกระเป๋าเดินทางล่าช้า