top of page

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับจุกหลอก ข้อดี-ข้อเสียของจุกหลอก (Pros and Cons of Pacifier)

คุณพ่อคุณแม่หลายคน อาจมีข้อข้องใจเกี่ยวกับการใช้จุกหลอก ว่าจำเป็นต้องใช้จุกหลอกหรือไม่? ควรใช้ตอนไหน มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ควรเลิกใช้ตอนไหน วันนี้หมอหน่อยเลยมาสรุปเรื่องนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง เผื่อจะเป็นประโยชน์ค่ะ


จุกหลอก ถูกออกแบบมาให้คล้ายหัวนมของแม่ เนื่องจากเด็กทารกจะมี reflex เกี่ยวกับการดูด (Sucking reflex) ที่ถูกพัฒนามาตั้งแต่อยู่ในท้อง ทำให้ในหลายครั้งการดูดแบบไม่มีน้ำนม ก็อาจช่วยให้ทารกสลบลงได้ อย่างไรก็ตามไม่ใช่เด็กทุกคนจำเป็นต้องใช้จุกหลอก เพราะเด็กยังสามารถฝึกตัวเองในการดูดมือ เพื่อให้สงบลงได้เช่นกัน


เมื่อไหร่ควรเริ่มใช้จุกหลอก?


กรณีที่ให้นมแม่ ( Breastfeeding) ตามคำแนะนำของ American Academy of Pediatrics (AAP) แนะนำให้เริ่มใช้จุกหลอกหลังจากที่ลูกฝึกดูดนมได้เก่งและน้ำนมไหลมาดีแล้ว หรือประมาณ 4 สัปดาห์หลังคลอด เนื่องจากพบว่า การที่เริ่มใช้จุกหลอกเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดความสับสนกับการดูดหัวนมแม่ (Nipple confusion) เนื่องจากการดูดจุกหลอกจะง่ายกว่า ไม่ต้องออกแรงดูด ทำให้เด็กหลายคน อาจจะกลับไปดูดนมแม่จากเต้าได้ยากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ถ้าลูกดื่มนมจากขวดตั้งแต่แรก ก็สามารถเริ่มใช้จุกหลอกได้เร็วขึ้น เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่อง Nipple confusion


ข้อดีของการใช้จุกหลอก

  • ช่วยให้ลูกหลับง่ายขึ้น และทำให้หลับได้นานขึ้น

  • ช่วยลดการเกิดภาวะไหลตายในเด็ก หรือ sudden infant death syndrome (SIDS) (1)

  • เด็กบางคนต้องการดูดแม้ว่าจะไม่หิว จุกหลอกจะช่วยตอบสนองเด็กตรงนี้ได้

  • จุกหลอกอาจช่วยให้ลดความเจ็บปวดให้เด็กได้ เช่นตอนฉีดวัคซีน การทำหัตถการ หรือช่วงที่เด็กมีอาการ Colic (2)

  • ช่วยลดอาการจากการเปลี่ยนความดันบรรยากาศเวลาที่เดินทางด้วยเครื่องบิน ช่วยลดอาการปวดหูจากการเปลี่ยนแปลงความดันที่หูชั้นกลางได้

  • ช่วยให้เด็กสงบเมื่อต้องออกไปข้างนอกหรือเดินทาง

ข้อเสียของการใช้จุกหลอก

  • ถ้าให้ลูกใช้จุกหลอกเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหากับการให้นมจากเต้า เพราะเด็กอาจไม่ยอมดูด ดูดไม่ถูกวิธี หรือดูดในช่วงเวลาสั้นๆ ส่งผลให้เกิดปัญหาลูกไม่ดูดเต้า นมคัด หัวนมแตกและน้ำนมไม่เพียงพอได้

  • ถ้าใช้จุกหลอกแทนการให้นมลูกเมื่อหิว อาจทำให้ลูกได้น้ำนมไม่เพียงพอ และมีน้ำหนักลดได้

  • ถ้าให้จุกหลอกยาวนานหลัง 6 เดือน อาจสร้างพฤติกรรมให้ลูก เช่น ต้องใช้จุกหลอกเท่านั้นถึงจะสงบได้ หรือตื่นทันทีที่จุกหลอกหลุดออกจากปาก

  • อาจพบปัญหาติดเชื้อในช่องหู ซึ่งพบได้บ่อยเมื่อใช้จุกหลอกหลังอายุ 6 เดือน

  • ปกติจุกหลอกมักชอบหล่นลงพื้น ถ้าไม่ทำความสะอาดบ่อยๆ อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนและเกิดการติดเชื้อได้

  • การใช้จุกหลอกที่มากเกินไปในช่วงกลางวัน อาจทำให้ลูกดูดนมน้อยลง นอนมากขึ้น อาจทำให้ตื่นบ่อยตอนกลางคืนได้

  • อาจส่งผลต่อปัญหาการเรียงตัวของฟันในอนาคตได้หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน (3)

  • ถ้าใช้จุกหลอกมากเกินไปอาจให้เลิกได้ยาก

เทคนิคการใช้จุกหลอกให้ถูกวิธี


ไม่จำเป็นที่เด็กทุกคนต้องใช้จุกหลอก แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องการใช้จุกหลอก ก็ควรเข้าใจหลักการใช้ โดยเทคนิคที่แนะนำสำหรับการใช้จุกหลอกคือ

  • ควรเลือกใช้จุกหลอกที่เป็นชิ้นเดียว ไม่แยกออกจากกัน

  • ใช้จุกหลอกในช่วงที่จำเป็น และเลือกใช้ในพื้นที่ ที่ลูกคุ้นเคย เช่น เตียงนอน รถคาร์ซีท

  • ควรทำความสะอาดจุกหลอกเป็นประจำ ตามคำแนะนำของจุกหลอกแต่ละประเภท หรืออาจต้มในน้ำร้อน ประมาณ 5 นาที

  • ไม่ควรใช้สายคล้องจุกหลอก เพราะอาจทำให้เกิดการรัดที่คอของลูกได้

  • เลือกจุกหลอกแบบที่ไม่มีสาร BPA (BPA free)

  • เลือดจุกหลอกที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ปลอดภัย

  • ไม่ใช้จุกหลอกกับเด็กคนอื่นๆ

  • ใช้จุกหลอกขนาดที่เหมาะสมตามช่วงอายุ

  • ไม่ควรใช้จุกหลอกหากพบว่าจุกหลอกชำรุด

เมื่อไหร่ควรลดการใช้จุกหลอก


ตามคำแนะนำของ American Academy of Pediatrics (AAP) แนะนำให้หยุดการใช้จุกหลอกในช่วงอายุ 2-4 ขวบ โดยอาจจะลดการใช้หลังอายุ 6 เดือน เพื่อลดการเกิดการติดเชื้อในช่องหู หรือหยุดก่อน 3 ขวบเพื่อลดปัญหาความผิดปกติในช่องปาก หรืออาจสังเกตุจากลูก ถ้าลูกเริ่มกัดจุกหลอกแทนการดูด อาจถึงเวลาที่ต้องลดหรือหยุดการใช้จุกหลอก อย่างไรก็ตาม ไม่มีเวลากำหนดชัดเจน คุณพ่อคุณแม่ อาจปรึกษาหมอเด็กเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม


เทคนิคในการลด/เลิก การใช้จุกหลอก

  • ฝึกให้ลูกสงบตัวเองด้วยวิธีอื่นๆ เช่นให้ดูดมือของตัวเอง ให้นอนฟังเพลง เป็นต้น

  • ลดช่วงเวลาในการใช้จุกหลอก โดยหากิจกรรมอย่างอื่นมาทดแทน

  • ถ้าลูกร้องไห้ต้องการจุกหลอก อาจดึงความสนใจด้วยของเล่นอย่างอื่นแทน

  • หากลูกเริ่มฝึกกัด อาจใช้ยางกัดทดแทนจุกหลอก

กล่าวโดยสรุป


จุกหลอก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ได้ปลอดภัยสำหรับลูกน้อย แต่ควรศึกษาการเลือกซื้อ ข้อดี ข้อเสีย ของการใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้งานค่ะ


เขียนโดย


พญ. ทานตะวัน จอมขวัญใจ หมอหน่อย (Tantawan Jomkwanjai.MD)







ดู 9,156 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page