6 เทคนิคลดหน้าท้องแตกลาย ช่วงตั้งครรภ์ (6 Tips to Help Prevent Stretch Marks)

อัปเดตเมื่อ 11 ธ.ค. 2564

ปัญหาหน้าท้องแตกลาย หรือ Stretch marks เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในช่วงตั้งครรภ์ และคุณแม่ทุกคนไม่อยากเป็น ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเรื่องการลดปัญหาหน้าท้องแตกลายได้ 100% แต่ก็มีหลายวิธีที่อาจช่วยป้องกันหน้าท้องแตกลายในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่ได้ แล้วเทคนิคในการลดหน้าท้องแตกลาย มีอะไรบ้าง? วันนี้หมอหน่อยนำเทคนิคดีๆ มาฝากอีกแล้วค่ะ ไปติดตามกันได้เลย


การแตกลายของผิว หรือ Stretch marks เกิดขึ้นเนื่องจากการขยายของผิวหนังขณะตั้งครรภ์ มักพบได้เมื่อเริ่มเข้าสู่ปลายไตรมาสที่ 2 หรือประมาณเดือนที่ 5-7 ของการตั้งครรภ์ บริเวณที่พบรอยแตกลายได้บ่อย เช่น หน้าท้อง หน้าอก สะโพก ก้น หรือ ต้นขา


ผิวแตกลายนี้จะพบได้บ่อย ในคุณแม่ที่มีประวัติคนในครอบครัวมีรอยแตกลาย หรือ คนที่น้ำหนักขึ้นเร็วมากๆ ในช่วงตั้งท้อง แม้ว่าเราจะไม่สามารถป้องกันรอยแตกลายของผิวได้ 100% แต่ก็มีหลายวิธี ที่คุณแม่สามารถทำได้ เพื่อลดการเกิดรอยแตกลายนี้ค่ะ


1.ควรบคุมน้ำหนักไม่ให้ขึ้นเร็วเกินไป (Control your weight)


การคุมน้ำหนักไม่ให้ขึ้นเร็วเกินไป เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการช่วยป้องกันรอยแตกลายของผิว เนื่องจากผิวหนังมักจะเกิดรอยแตกลายได้ง่าย จากการที่น้ำหนักเพิ่มเร็วๆ หรือลดลงเร็วๆ ดังนั้นการคุมคุมไม่ให้น้ำหนักขึ้นเร็วจนเกินไป จึงสามารถช่วยลดการเกิดผิวแตกลายได้ การควบคุมน้ำหนักทำได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย (เทคนิคการกินในช่วงไตรมาศที่2)


2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ (Stay hydrated)


การดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ผิวหนังมีความชุ่มชื่น ทำให้ลดโอกาสเกิดรอบแตกลายของผิวได้ คนที่ดื่มน้ำน้อยหรือมีผิวที่แห้งมีโอกาสเกิดรอบแตกลายต่างๆ ได้ง่ายกว่าคนที่ดื่มน้ำเพียงพอและมีผิวที่ชุ่มชื่น โดยปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันในช่วงตั้งท้องคือ 8-12 แก้ว หรือประมาณ 1.5-2 ลิตร


3. ทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็น (Eat a nutrient-rich diet)


รอยแตกลายสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายถ้าร่างกายและผิวหนังขาดวิตามินบางชนิด วิตามินหลายตัวมีส่วนช่วยในการดูแลผิวในช่วงตั้งครรภ์ ยกตัวอย่างเช่น

  • วิตามินซี

  • วิตามินดี

  • วิตามินอี

  • สังกะสี หรือ Zinc

  • โอเมก้า 3

  • อาหารกลุ่มโปรตีน

เลือกทานอาหารที่หลายหลาย เพื่อให้คุณแม่ได้รับสารอาหารต่างๆ อย่างเพียงพอช่วงตั้งครรภ์ และทานวิตามินบำรุงครรภ์ ที่มีส่วนประกอบของวิตามินต่างๆ อย่างเพียงพอ


4. เพิ่มอาหารที่มีวิตามินซีสูง (Include vitamin C in your diet)


วิตามินซี มีความสำคัญในการสร้างคอลลาเจนให้ผิว ช่วยลดรอยแตกลาย รวมถึงริ้วรอยต่างๆ ควรเพิ่มอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เช่น ส้ม กีวี ผลไม้กลุ่มเบอรี่ต่างๆ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการวิตามินซีในแต่ละวัน


5. เพิ่มวิตามินดี


มีการศึกษาหนึ่งพบความสัมพันธ์ของการขาดวิตามินดี กับการเกิดรอยแตกลายตามผิวหนัง (1) ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์ควรได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ คือ 400-1,000 IU ต่อวัน หรือ 2,000-4,000 IU ต่อวันในคนที่ขาดวิตามินดี โดยวิธีการที่จะได้รับวิตามินดีที่ง่ายที่สุดคือการเจอแสงแดด และการทานอาหาร หากไม่สามารถรับวิตามินดีได้เพียงพอจากแหล่งธรรมชาติ ควรมั่นใจว่าได้รับวิตามินบำรุงเสริมที่มีวิตามินดีอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย


6. ครีมทาผิวเพื่อความชุ่มชื่น


การทานวดผิวด้วยครีมบำรุงผิวจะช่วยให้ผิวเกิดความชึ่มชื่นได้ บางงานวิจัยพบว่าครีมที่มีส่วนผสมของ Centella หรือ hyaluronic acid อาจช่วยป้องกัน ผิวแตกลายได้ ไม่มีงานวิจัยชัดเจนถึงส่วนประกอบอื่นๆ เช่น cocoa butter, olive oil, almond oil, vitamin E หรือ coconut oil ว่าช่วยลดรอยแตกลายของผิวได้จริง อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติด้านการต้านการอักเสบ และ ฤทธิ์ antioxidant ของส่วนประกอบเหล่านี้ อาจทำให้ผิวชุ่มชื่น เพิ่มกระบวรการซ่อมแซม และเป็นเกราะกำบังให้ผิวได้


การทาผิวให้ชุ่มชื่นทุกวัน ช่วยป้องกันภาวะผิวแห้งที่พบได้บ่อยในช่วงตั้งครรภ์ และลดโอกาสเกิดรอบแตกลายของผิวได้ คำแนะนำคือทาครีมให้ชุ่มชื่นเสมอ ตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ นวดเบาๆ เพิ่มเติมบริเวณผิวที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลาย ทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตลอดการตั้งครรภ์


ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแนะนำ


แม้ว่าเราอาจไม่สามารถป้องกันรอยแตกลายของผิวได้ 100% แต่การดูแลผิวให้ดีในช่วงตั้งครรภ์ จะช่วยให้ผิวพรรณของคุณแม่ยังสวยเสมอ และสามารถฟื้นฟูผิวได้ง่ายกว่าในช่วงหลังการคลอดค่ะ